เจ้านายค่ะ ช่วยเชิญพ่อฉันทานอาหารสักมื้อได้มั้ยคะ? ปฏิกิริยาตอบสนองของเจ้านายจะทำให้คุณอึ้ง!

11 มกราคม 2017 | เรื่องน่าสนใจ
 

เจ้านายค่ะ ช่วยเชิญพ่อฉันทานอาหารสักมื้อได้มั้ยคะ? ปฏิกิริยาตอบสนองของเจ้านายจะทำให้คุณอึ้ง!

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

หลังจากเรียนจบฉันก็ได้เข้าไปทำงานในบริษัทการค้าระหว่างประเทศในแผนกแอดมิน วันๆก็ทำงานจิปาถะ ทั้งพิมพ์งาน ถ่ายเอกสาร จัดข้อมูล ฉันพยายามทำงานของฉันให้ดีที่สุดเพื่อจะได้ยืนบนลำแข้งของตัวเองได้
เนื่องจากฉันเป็นคนเก็บตัว ไม่ชอบเอาหน้า บ่อยครั้งที่วันๆหนึ่งพูดไม่กี่คำ เพื่อนร่วมงานล้วนสุภาพกับฉัน แต่ก็รู้สึกได้ว่าเรารักษาระยะห่างระหว่างกัน

วันหนึ่งพ่อโทรมาหาฉัน บอกว่าจะมาอยู่ด้วยสักระยะ จริงๆแล้วฉันรู้ว่าพ่ออยากมาดูว่าฉันอยู่ยังไง? อยู่ที่ไหน? สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานเป็นยังไงบ้าง? มีเพื่อนมั้ย?

เนื่องจากแม่เสียไปตั้งแต่ฉันยังเด็ก พ่อเลี้ยงฉันมาด้วยตัวคนเดียว ความทรงจำในวัยเด็กที่ฉันจำได้อย่างแม่นยำก็คือฉันนั่งอยู่บนรถจักรยานของพ่อ ไปกับพ่อทุกหนทุกแห่งเพื่อไปขายเต้าหู้

ฉันอยู่ที่นี่ไม่มีเพื่อนสักคน จะทำให้พ่อสบายใจได้ยังไง? หลังจากคิดอยู่นานฉันก็ตัดสินใจไปขอร้องเจ้านาย

วันนั้นทั้งวันฉันคอยสังเกตว่าเจ้านายไปทำอะไรที่ไหน เขาต้องไม่รู้จักฉันแน่ๆ ฉันจะเริ่มต้นยังไงดี? เขาจะยอมทำตามคำขอร้องประหลาดของฉันมั้ย? ฉันรอจนถึงเวลาเลิกงาน จึงพุ่งตรงไปเคาะประตูห้องทำงานเขา

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านายหลังจากทำงานที่นี่มาได้ครึ่งปี เขาเห็นฉัน ก็ถามอย่างสงสัยว่า คุณคือ?
ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วน บอกเขาว่าฉันเป็นใครอย่างตะกุกตะกัก

เจ้านายเห็นฉันหน้าแดง ก็เลยพูดล้อๆฉันว่า : “มีเรื่องอะไรก็ค่อยๆพูด”

ฉันรออยู่นานก็เริ่มต้นว่า : “ฉันอยากให้คุณเชิญพ่อของฉันรับประทานอาหารสักมื้อ หรือมอบหมายให้ใครในบริษัทเชิญพ่อฉันรับประทานอาหารในนามบริษัทสักมื้อ”

ฉันรวบรวมความกล้าพูดออกไป แล้วก็เล่าเรื่องพ่อให้เขาฟัง “พ่อเป็นห่วงฉัน เขาคิดอยู่เสมอว่าโลกภายนอกอันตราย แต่จริงๆแล้วทุกอย่างเป็นไปด้วยดี การงานก็มั่นคง หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานก็ดูแลอย่างดี…”

 

เนื่องจากฉันตื่นเต้น ก็เลยหน้าแดงตลอดเวลา ฉันกลัวเขาไม่ช่วย ก็เลยพูดติดอ่าง : “เงินค่าอาหารฉันจะออกเอง…”

ยังไม่ทันรอฉันพูดจบ เขาก็ตอบว่า : “เย็นวันศุกร์กินข้าวด้วยกัน ดีมั้ย?”

ได้ยินดังนั้นฉันก็ประหลาดใจ ต่อมาก็ตื่นเต้น : “ได้ ได้ค่ะ วันไหนก็ได้”

พื้นที่โฆษณา
 

“อย่างนั้นก็ดี คุณพักร้อนสัก 2-3 วัน พาคุณพ่อไปเที่ยว ผมจะมอบหมายให้คนขับรถไปช่วยรับส่ง 2-3 วันนี้ใช้รถบริษัทได้เลย”

ฉันโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน : “ไม่ ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้องจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ” ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ฉันก็เลยโค้งคำนับเขา

 

วันศุกร์หลังจากเลิกงาน คนขับรถไปหาฉัน แล้วก็พาฉันไปรับพ่อที่สถานีรถไฟ เพื่อพาไปโรงแรมด้วยกัน พอคนขับบอกชื่อโรงแรมฉันก็ตกใจมาก มันเป็นโรงแรมใหญ่โตหรูหรามากๆในเมืองที่ฉันไม่เคยเข้าไป มื้อนั้นเป็นมื้ออาหารที่หรูหราและอบอุ่นมากๆ เจ้านายหิ้วเหล้าชั้นดีมาเปิด ผู้บริหารระดับกลางทุกคนล้วนมาร่วมทานข้าวด้วย หลายๆคนไม่รู้จักฉัน ปกติเวลาเจอหน้าก็แค่ผงกหัวทักทาย แต่ในระหว่างทานอาหารมื้อนี้ พวกเขาทำเหมือนว่าคุ้นเคยกับฉันเป็นอย่างดี ชมว่าฉันเขียนงานได้ดี มาทำงานเช้าตรู่ทุกวัน

ทุกคนคุยกันอย่างสนุกสนาน กินเหล้าเป็นเพื่อนพ่อฉันอย่างร่าเริง

หลังจากนั้นสองวัน คนขับรถก็มารับฉันกับพ่อที่ที่พัก พาไปนั่งรถชมเมืองที่อยู่ สองวันต่อมาพ่อก็ซื้อตั๋วกลับบ้าน บอกว่า : “เมื่อก่อนพ่อเป็นห่วงแกมาก ตอนแรกกะจะมาอยู่ด้วยสักระยะ แต่พ่อเห็นแกมีชีวิตดี ก็จะกลับบ้านละ”

หลังจากพ่อกลับบ้านไป ฉันก็เตรียมตัวไปขอบคุณเจ้านาย แต่ฉันยังไม่ทันได้ไปหาเขา เขาก็เรียกพนักงานทุกคนมาประชุมกันซะก่อน

 

ในที่ประชุม เจ้านายเรียกชื่อฉัน เขาเริ่มต้นด้วยการขอโทษฉันและพนักงานแบบฉัน หลังจากนั้นเขาก็ขอบคุณที่ฉันขอร้องเขาในครั้งนี้ ทำให้เขาได้รู้ว่า การเป็นบริษัทที่ดี ไม่เพียงแต่เป็นแค่ที่ทำงาน แต่ต้องเป็นที่ที่ทุกคนเป็นห่วงเป็นใยและรักกันเหมือนครอบครัวขนาดใหญ่ นอกจากการแข่งขัน ความก้าวหน้า กำไร และการพัฒนาแล้ว บริษัทยังต้องมีความอบอุ่นแบบครอบครัวด้วย ถึงจะเรียกว่าเป็นบริษัทที่ดี ถึงจะสามารถยั่งยืนได้ตลอดไป พูดเสร็จเจ้านายก็ลุกขึ้นยืน แล้วก็โค้งคำนับพนักงาน

พื้นที่โฆษณา
 

ท่ามกลางเสียงปรบมือดังสนั่น ฉันร้องไห้ เพราะความอบอุ่นที่ได้รับ หลังจากนั้นมาฉันก็กลายเป็นคนกระตือรือร้นมากขึ้น บริษัทก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานมีแต่ความเป็นมืออาชีพ บรรยากาศในบริษัทอบอุ่นเป็นมิตร เพื่อนร่วมงานก็ปฏิบัติต่อกันเหมือนญาติพี่น้อง

ปี 2009 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ซึ่งกระทบไปทั่วโลก บริษัทเทรดดิ้งหลายๆแห่งขาดทุน จนต้องปิดตัวลง บริษัทของเราไม่เพียงแต่ไม่ขาดทุน แต่ยังได้กำไรเล็กน้อยด้วย

พื้นที่โฆษณา
 

วันนี้ของ 3 ปีที่แล้วฉันได้รับการเลื่อนขั้นจากพนักงานตัวเล็กๆธรรมดามาเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย ฉันจดจำประสบการณ์ไว้อย่างแม่นยำ และถ่ายทอดให้พนักงานใหม่ทุกคนได้รับรู้ถึงเรื่องราวนี้ กับแนวความคิดที่ว่า “พลังของความรักมีมากกว่าสิ่งอื่นใด”

จนถึงวันนี้ ทุกคนในบริษัทล้วนบอกว่านั่นเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขา ไม่รู้ว่าจะมีกิจการสักกี่แห่ง ที่เจ้าของบริษัทมีโอกาสอ่านบทความนี้ สิ่งที่พนักงานต้องการมีไม่มาก อย่าทำให้พนักงานรู้สึกว่า “เหมือนอยู่โรงงาน” คุณทำให้พนักงานรู้สึกเหมือนอยู่บ้านรึยัง?

มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ใช้ใจดูแลลูกค้า ขณะเดียวกันก็ต้องใช้ใจปฏิบัติต่อพนักงาน!

ความเมตตาไม่มีวันลดน้อย พนักงานที่ได้รับความรัก ถึงจะสามารถมอบความรักให้ลูกค้าได้ ลูกค้าที่ได้รับความรักถึงจะทำให้ธุรกิจของคุณอยู่ยงคงกระพัน

ขอบคุณที่มาจาก: liekr

loading...
 
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " เจ้านายค่ะ ช่วยเชิญพ่อฉันทานอาหารสักมื้อได้มั้ยคะ? ปฏิกิริยาตอบสนองของเจ้านายจะทำให้คุณอึ้ง! "